top
logo

ถวายพระพรออนไลน์

ถวายพระพระออนไลน์

เกี่ยวกับโรงเรียน

ภาพในอดีต - ปัจจุบัน

ระบบการเรียนรู้ออนไลน์

ระบบการเรียนรู้ออนไลน์

พยากรณ์อากาศ



บุคคลออนไลน์

เรามี 8 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ราคาน้ำมันทุกค่าย



ราคาน้ำมัน ปตท.


เผยแพร่ผลงานการเป่าโหวด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

              
รายงานผลการใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติ
การเป่าโหวดประกอบแผนการจัดการเรียนรู้

สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
นายปราโมทย์ อ่อนสำอางค์ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ศิลปะ

สังกัด โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา  องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ

บทคัดย่อ

 

                รายงานผลการใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 เป็นการศึกษาหาคุณค่าของหลักสูตรจากการตัดสินคุณค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ การหาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ฯ เชิงเหตุผล (Rational Approach) โดยหลักของความรู้และเหตุผลในการตัดสินคุณค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาหาประสิทธิภาพของเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดเชิงเหตุผล (Rational Approach) โดยใช้หลักของความรู้และเหตุผลในการตัดสินคุณค่าของนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ การศึกษาประสิทธิภาพของสื่อ/นวัตกรรมเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ฯ เชิงประจักษ์ (Empirical Approach) หรือการวิเคราะห์คะแนนที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 (E1/E2) การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ โดยการทดสอบค่าที่ (T – test = Dependent Samples) การหาค่าดัชนีประสิทธิผลของการใช้สื่อ/นวัตกรรมเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวด ประกอบการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ (E.I.) และการศึกษาความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ โดยใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดประกอบการจัดกิจกรรม

               


              กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษา เป็นการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โรงเรียนที่จัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด ได้แก่ โรงเรียนตรีประชาพัฒนศึกษา ผู้เรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา 2556 องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 17 คน

                คณะผู้เชี่ยวชาญที่ใช้ในการหาคุณภาพและประสิทธิภาพของเครื่องมือ ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีพื้นบ้านอีสาน (โหวด) จำนวน 1 คน และผู้เชี่ยวด้านหลักสูตร แผนการจัดการเรียนรู้ การวัดและประเมินผล และการจัดทำเอกสารทางวิชาการจำนวน 2 คน

                เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษามี 2 ประเภท คือ

               

                1. เครื่องมือที่เป็นแบบประเมิน ได้แก่ แบบประเมินหลักสูตรแบบ P.M. (Puissance Measure) โดยใช้สูตรตารางการเรียนรู้ของ กาเย่ (Gagne) แบบประเมินประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ฯ จำนวน 70 ข้อ แบบประเมินประสิทธิภาพของเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดเชิงเหตุผล (Rational Approach) จำนวน 50 ข้อ โดยผู้เชี่ยวชาญและแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ จำนวน 25 ข้อ

                          2. เครื่องมือที่เป็นสื่อ/นวัตกรรม ประกอบไปด้วย

                                                2.1 หลักสูตรฉบับร่างสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด

                                             2.2 แผนการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 9 แผนฯ โดยใช้เวลาจัดกิจกรรม 20 ชั่วโมง

                                                2.3 เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดที่ผู้ดำเนินการได้จัดทำขึ้นเพื่อประกอบการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้สาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด จำนวน 5 บท ได้แก่ บทที่ 1 บทนำ, บทที่ 2 หลักการแนวคิดทฤษฎี, บทที่ 3 ความสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม, บทที่ 4 หลักและวิธีฝึกปฏิบัติการเป่าโหวด และบทที่ 5 สร้างสรรค์สัมพันธ์สิ่งแวดล้อม

                                                2.4 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสาระการเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่อง การเป่าโหวด กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 20 ข้อ

                

                  การวิเคราะห์ข้อมูลดำเนินการประมวลผลโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS for window

(statistical package for the social sciences for Window) โดยใช้สถิติ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าดัชนีความเชื่อมั่น (IOC) T – test (Dependent Samples) และการหาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับแบบ

คูเดอร์-ริชาร์ดสัน (Kuder Richardson-21 = KD-21) และแบบครอนบัด (Cronbach) วัดจากการคำนวนหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟ่า (α – Coefficient)

ผลการดำเนินการพบว่า

 

                1. ผลการวิเคราะห์คุณค่าของหลักสูตรฉบับร่างตามแบบ P.M. (P.M. = Puissance Measure) ด้านจุดประสงค์การเรียนรู้ ด้านกระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านการวัดผลประเมินผลโดยผู้เชี่ยวชาญ

                พบว่า โดยภาพรวมผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่าหลักสูตรมีคุณค่าอยู่ในระดับ สูง (P.M. = 14.55617)

โดยจำแนกเป็นด้านกระบวนการจัดการเรียนรู้มีคุณค่าในระดับ สูง (P.M. = 16.19481) ด้านการวัดผลประเมินผลมีคุณค่าในระดับ สูง (P.M. = 15.52632) และด้านจุดประสงค์การเรียนรู้มีคุณค่าในระดับ สูง

(P.M. = 11.94737)

                2. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของแผนการจัดการเรียนรู้ฯ เชิงเหตุผล (Rational Approach) โดยใช้หลักของความรู้และเหตุผลในการตัดสินคุณค่าโดยผู้เชี่ยวชาญ

                พบว่า ผู้เชี่ยวชาญมีความเห็นว่า แผนการจัดการเรียนรู้ฯ มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.8857, S.D. = 0.0907) โดยมีความเห็นว่าองค์ประกอบการประเมินด้านจุดประสงค์การเรียนรู้และการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้มีประสิทธิภาพอยู่ในระดับ มากที่สุดเท่ากัน ( = 5.00, S.D. = 0.00) รองลงไปได้แก่องค์ประกอบด้านโครงสร้างอยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.9333, S.D. = 0.1155) และองค์ประกอบด้านสาระสำคัญ อยู่ในระดับ มากที่สุด ( = 4.8667, S.D. = 0.2310)

                3. ผลการวิเคราะห์หาค่าประสิทธิภาพของสื่อ/นวัตกรรมเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดเชิงเหตุผล

(Rational Approach) โดยใช้หลักของความรู้และเหตุผลในการตัดสินคุณค่าของนวัตกรรมโดยผู้เชี่ยวชาญ

                พบว่า ผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวด มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( = 4.6733, S.D. = 0.1270) โดยเห็นว่า ด้านรูปเล่ม เหมาะสมมากที่สุด ( = 5.00, S.D. = 0.00) รองลงมาได้แก่ด้านเนื้อหา ( = 4.9091, S.D. = 0.1050) และความถูกต้องตามหลักวิชาการ ( = 4.5667, S.D. = 0.1540) ซึ่งมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุดเช่นเดียวกัน

                4. ผลการวิเคราะห์หาประสิทธิภาพของสื่อ/นวัตกรรมเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) หรือการวิเคราะห์คะแนน โดยการนำเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดไปใช้ประกอบการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ

                พบว่า คะแนนของผู้เรียนจากระหว่างเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 18.30 ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 44.54 คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 95.55 ของคะแนนเต็ม และคะแนนของผู้เรียนจากการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 16.94 ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.9193 คะแนนเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 84.71 ของคะแนนเต็ม แสดงให้เห็นว่าประสิทธิภาพ (E1/E2) ของแผนการจัดการเรียนรู้ฯ เท่ากับ 95.55/84.71 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด

                5. ผลการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน T – test (Dependent Samples)

                พบว่า ค่า t = 5.424 df = 17-1 = 16 เมื่อตรวจสอบค่าวิกฤติในตาราง นัยสำคัญที่ .01 = 2.583 ซึ่งค่า t ที่คำนวณได้มีค่ามากกว่าในตาราง จึงแปลความหมายได้ว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้น (คะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนก่อนเรียนเท่ากับร้อยละ 65.88 และหลังเรียนเท่ากับร้อยละ 84.71 แสดงว่าผู้เรียนมีคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้นจากเดิมคิดเป็นร้อยละ 18.82)

                6. ผลการวิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของแผนการจัดการเรียนรู้ (E.I.)

                พบว่า ค่าดัชนีประสิทธิผลของการใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวด ประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ฯ เท่ากับ 0.5517 ซึ่งหมายถึงผู้เรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 55.17

                7. ความพึงพอใจของผู้เรียน

                พบว่า ผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้โดยใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดประกอบการจัดกิจกรรมตามแผนการจัดการเรียนรู้ฯ โดยรวม มีความพึงพอใจในระดับ มากที่สุด ( = 4.8071, S.D. = 0.2742) โดยผู้เรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด ได้แก่ ด้านกระบวนการวัดผลและประเมินผล ( = 4.9647, S.D. = 0.0786) ด้านกิจกรรมการเรียนรู้ ( = 4.89411, S.D. = 0.16933) และด้านเนื้อหา/สาระการเรียนรู้ ( = 4.74118, S.D. = 0.46494) ตามลำดับ

การศึกษาในครั้งนี้ทำให้ได้สื่อ/นวัตกรรมเอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ มีประสิทธิผลโดยสามารถทำให้ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น และผู้เรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้เอกสารคู่มือฝึกปฏิบัติการเป่าโหวดประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้

 

ผู้บริหารโรงเรียน

นายปัญญา  หาญอาสา

ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ

VDO ข่าวโรงเรียน

 ...คลิกเพื่อชม VDO โรงเรียน

 ...คลิกเพื่อชม VDO ข่าวโรงเรียน โปงลาง 

 ...คลิกเพื่อชม VDO ข่าวโรงเรียน ยุวมัคคุเทศก์

                                                                                                                                                                                                 


ข่าวประชาสัมพันธ์

ข่าวประชาสัมพันธ์1 -

คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ๒๕๕๗


“กตัญญู รู้หน้าที่


เป็นเด็กดี มีวินัย


สร้างไทยให้


มั่นคง”





Get This? Newsflash Scroller PRO for Mambo 4.5.1, © 2004 webraydian.com

ระบบงานสารบรรณ

นาฬิกา-ปฏิทิน

สำรวจความคิดเห็น

ท่านต้องการให้โรงเรียนพัฒนาด้านใด

 

ผู้เยี่ยมชม

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้29
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้53
mod_vvisit_counterสัปดาห์นี้102
mod_vvisit_counterเดือนนี้1001
mod_vvisit_counterรวมทั้งหมด22152

ข่าวการศึกษา

กล่องความรู้

ราคาทองคำ


bottom

ขับเคลื่อนโดย Joomla!. Designed by: free php hosting domain & subdomain (videos) Valid XHTML and CSS.